Thus Spoke Kishibe Rohan Netflix คิชิเบะ โรฮัง

Thus Spoke Kishibe Rohan Netflix คิชิเบะ โรฮัง สำหรับมังงะ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ JoJo’s Bizarre Adventure เป็นผลงานของ อ.อารากิ ฮิโรฮิโกะ ซึ่งเริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 แล้วก็เขียนต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน รวมแล้วทั้งหมด 8 ภาค เนื้อหารวมกว่า 129 เล่ม

โดยแต่ละภาคจะเปรียบเสมือนกับตัวแทนความโด่งดังของมังงะในแต่ละยุคสมัย เพราะลายเส้นและลักษณะตัวเอกและเซตติ้งในเรื่องจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำซาก แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของแฟนๆมาตลอด 30 กว่าปี ก็คือลีลาความ แอ่น จริตจะก้าน ท่วงท่าการโพสต์ ของตัวละคร แฟชั่น การแต่งตัว รวมถึง พลังแสตนด์ กับการต่อสู้ที่เน้นการใช้ไหวพริบในการประยุกต์พลังพิเศษต่างๆเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเป็นหลัก

เรื่องย่อของ คิชิเบะ โรฮัง ไม่เคลื่อนไหว มาจากต้นฉบับมังงะที่เขียนแบบ “รายสะดวก” คือไม่มีกำหนด เป็นการเขียนในแบบตามใจฉันของ อ.อารากิ นั่นเอง โดยเป็นการนำเอาตัวละคร คิชิเบะ โรฮัง นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ที่ออกมาปรากฏตัวครั้งแรกใน โจโจ้ภาค 4 : เพชรแท้ไม่มีวันสลาย มาเป็นตัวเอกในเรื่อง ซึ่งเขาก็เริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี 2013

สำหรับตัวละครโรฮังนั้น บรรดาแฟนๆโจโจ้จะทราบกันดีว่า โรฮังจัดว่าเป็นหนึ่งในตัวละครสุดโปรดของอ.อารากิ จนถึงขั้นกล่าวกันว่า ที่จริงแล้วโรฮังก็คือตัวละครที่อาจารย์เขียนขึ้นมาให้เป็นเสมือนร่างอวตารหรือตัวแทนของตนเอง แล้วใส่เข้าไปในการ์ตูนโจโจ้นั่นเอง เรียกว่าเป็นความนึกสนุกของตัวอ.อารากิ ที่คงฝันว่าอยากจะเป็นผู้ใช้แสตนด์แล้วเข้าไปมีบทบาทกับความสัมพันธ์กับเหล่าตัวละครในเรื่องที่ตนสร้างขึ้น

ซึ่งตัวละครโรฮังในช่วงที่เปิดตัวมาครั้งแรกนั้น มีบทบาทเป็นกึ่งๆตัวร้ายคนหนึ่งในภาค 4 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในภาคที่โด่งดังและสนุกที่สุดของจักรวาลโจโจ้ และภาคนี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในแง่การเดินเรื่องของโจโจ้ เพราะนี่เป็นภาคที่อ.อารากิ เลือกเซตติ้งเป็นเมืองเล็กๆที่ชื่อว่าโมริโอะ

และตัวละครในเรื่องต่างก็ใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆในเมืองนั้น ไม่ได้มีภารกิจหรือเป้าหมายที่ต้องออกเดินทางไปปราบบอสประจำภาคเหมือนที่ผ่านมา แล้วแนวทางนี้ก็ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในภาค 8 ที่ยังคงเขียนอยู่ในปัจจุบันด้วย

ส่วนเนื้อหาในภาคแยกของโรฮังนี้ จะเป็นการนำเรื่องราวที่โรฮังได้พบเจอในระหว่างและหลังจากเหตุการณ์ภาค 4 มาบอกเล่าให้คนดูได้รับฟังจบเป็นตอนๆไป บางเรื่องเขาไม่ได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรมากนัก แค่ฟังจากคนอื่นมาอีกที ส่วนบางเรื่องเขาก็เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงเลยก็มี

ซึ่งเนื้อหาก็ยังคงมีความเป็นโจโจ้และเสน่ห์ต่างๆในเรื่องที่ยังคงเก็บไว้เต็มเปี่ยมครับ โดยเรื่องราวทั้งหมดที่ถูกบอกเล่าจะได้อารมณ์เรื่องสั้นแนวสยองขวัญแปลกประหลาดพิสดาร ได้อารมณ์ของเรื่องสั้นแนวภูติผีสยองขวัญดั้งเดิมของญี่ปุ่น เหมือนเรากำลังดูเรื่องสั้นของ เอโดงาวะ รัมโปะ ก็ไม่ปาน

เดิมที ทางสตูดิโอ David Production เคยดัดแปลงต้นฉบับมังงะโจโจ้ แล้วสร้างต่อเนื่องมาถึงภาค 5 คือสายลมทองคำ ซึ่งก็ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีในแง่บวก เพราะทางค่ายสร้างออกมาได้ดี เข้าถึงความเป็นโจโจ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าผูกขาดสร้างโจโจ้ต่อไปอีกยาวๆ แล้วยังเป็นการปลุกกระแสโจโจ้ให้กลับมาเป็นที่พูดถึงในญี่ปุ่นและในต่างประเทศได้ด้วย

ส่วนอนิเมะ Thus Spoke Kishibe Rohan (Kishibe Rohan Wa Ugokanai) ทางค่าย David เคยนำมาสร้างเป็นอนิเมะแบบ OVA มาก่อนแล้ว 4 ตอน โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2017 ทยอยต่อเนื่องมา กระทั่งในปี 2021 ทาง Netflix จึงได้ซื้อทั้ง 4 ตอนมาฉายในสตรีม ความยาวแต่ละตอนประมาณ 24 นาที

การสารภาพ – โรฮัง บอกเล่าเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เขาไปเก็บข้อมูลที่ประเทศอิตาลีเพื่อมาเขียนการ์ตูน แล้วได้เข้าไปในห้องสารภาพบาปในโบสถ์แห่งหนึ่ง แล้วเขาก็ได้บังเอิญฟังคำสารภาพบาปจากชายคนหนึ่งที่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ชวนสยองขวัญ ซึ่งบทเฉลยของมันกลับกลายเป็นเรื่องราวที่สุดหักมุม

เนินมุตสึคาเบะ – โรฮัง ที่กลายเป็นคนล้มละลาย ด้วยสาเหตุสุดติงต๊องจากการกว้านซื้อภูเขาหกลูกเพียงเพื่อยับยั้งการก่อสร้างถนนเข้าไปในภูเขาที่สงสัยว่ามีผีอยู่ ซึ่งเขาต้องการหาข้อมูลเพื่อมาเขียนการ์ตูน แต่กลายเป็นโครงการก่อสร้างล้มเลิกทำให้ภูเขาไม่มีมูลค่าอะไรอีก จึงต้องมาขอเบิกเงินล่วงหน้าจาก บก. แล้วก็ได้บอกเล่าว่า เขาเจออะไรลึกลับมาจากภูเขานั้นบ้าง ซึ่งเรื่องราวจะเป็นแนวสยองขวัญสั่นประสาท คล้ายกับเรื่องสั้นแนวสยองขวัญของญี่ปุ่นในสไตล์เอโดงาวะ รัมโปะ

หมู่บ้านเศรษฐี – โรฮังได้ปรึกษากับ บก.หญิง เรื่องพลอตการ์ตูนที่ซื้อวิลล่ากลางป่า และต้องติดตามเธอไปยังสถานที่เป็นวิลล่ากลางป่าลึก แล้วได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดพิศวง

วิ่ง – ตามชื่อตอนเลย เป็นเหตุการณ์ที่โรฮังต้องเผชิญสถานการณ์เฉียดตาย เมื่อเขาไปท้าแข่งขันกับนายแบบฟิตเนสคนหนึ่งในการวิ่งบนลู่วิ่ง แล้วก็พบว่ามันกลายเป็นสถานการณ์สุดเฉียดตายที่เขามาบ่นว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่แค่เจ็บข้อมือและกระดูกนิ้วหักบางส่วนเท่านั้น

สำหรับเนื้อหาทั้ง 4 ตอน ในอนิเมะจะมีการดัดแปลงและเสริมเติมตัวละครจากาคหลักเข้ามาด้วย เช่น โคอิจิ ยูคาโก โอคุยาสึ สาเหตุเพราะเป็นการช่วยเติมเต็มในแง่ไทม์ไลน์ของเรื่องราวสำหรับแฟนๆโจโจ้ที่สงสัยว่า เนื้อหาในอนิเมะอยู่ในช่วงเวลาใดของภาคหลักกันแต่

ซึ่งจากตัวอนิเมะที่บอกเล่าออกมาก็สามารถสรุปได้ว่า ตัวโรฮังที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังอยู่นั้นคือโรฮังที่ได้ผ่านเรื่องราวในภาค 4 มาหมด แล้วเรื่องก็กำลังจะเข้าสู่ โจโจ้ภาค 5 สายลมทองคำ ซึ่งอ้างอิงมาจากฉากต้นเรื่องของตอนแรกที่โคอิจิมาขอคำปรึกษาโรฮังว่า เขากำลังจะต้องเดินทางไปอิตาลี

เลยมาขอให้โรฮังใช้แสตนด์ช่วยให้เขาพูดภาษาอิตาลีได้ ซึ่งนี่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภาค 5 นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นการเซอร์วิสแฟนๆโจโจ้พอสมควร ในการเอาตัวละครเก่าๆออกมาเกี่ยวข้องกับอนิเมะโรฮัง (มีโจสึเกะ พระเอกภาค 4 โผล่มาแจมด้วยนะเออ)

จุดเด่นของอนิเมะ ต้องยกให้ความยอดเยี่ยมและบ้าพลังของทีมงาน David เพราะนี่คือทีมสร้างอนิเมะที่สามารถตีโจทย์ในการสร้างอนิเมะโจโจ้ที่ดีที่สุดตลอดกาล แล้วคงไม่มีครีเอเตอร์อนิเมะทีมไหนจะสมารถสร้างจักรวาลโจโจ้ให้ออกมาเป็นอนิเมะได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความเป็นโจโจ้ออกมาได้อย่างถึงแก่น แต่ยังสามารถเสริมเติมบางจุดที่ขาดหายไปจากมังงะเพื่อเอาใจแฟนๆ ได้อย่างพอดีด้วย

ดังนั้นเรื่องของงานภาพ การเคลื่อนไหว ฉากแอ็คชั่น สีสันที่ฉูดฉาดตามสไตล์ของ อ.อารากิ ทีมนี้เก็บได้ครบหมด รวมถึง ท่าแอ่น ท่าโพสต์ จริตจะก้าน ความเพี้ยนหลุดโลก ตลกหน้าตาย แก๊กซีเรียส การใส่ความดาร์กของเรื่องราว แต่ก็ยังผสมผสานอารมณ์แบบ Feel Good ทุกอย่างจัดเต็ม แล้วอีกจุดที่ต้องชมเชยคือ ทีมพากษ์เรื่องนี้ที่แคสนักพากษ์มาได้ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ในต้นฉบับมังงะที่มีข้อด้อยอยู่เรื่องหนึ่งคือความที่ลายเส้นและไอเดียบางอย่างของ อ.อารากิ มีความเฉพาะตัวสูงมาก ตามรสนิยมของตัวแกเอง นอกจากนี้ในต้นฉบับมังงะ พวกฉากต่อสู้ การเคลื่อนไหว ไปจนถึงการนำเสนอไอเดียในการใช้พลังบางอย่าง ก็ดูเข้าใจยากไปหน่อย แต่อนิเมะก็ปรับตรงนี้ออกมาให้ดูง่ายขึ้นดีมากครับ

จุดเด่นอีกข้อคือ แนวทางการเล่าเรื่อง ซึ่งต้องชื่นชมว่า อ.อารากิ เป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนที่เล่าเรื่องราวสั้นๆแบบจบในตอนได้เก่งมาก ที่สำคัญคือ ทุกตอนจะได้กลิ่นอายสยองขวัญ ลึกลับ พิสดาร ที่อารากิเอาแสตนด์เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างกลืมกลืนซะด้วย

ด้านจุดด้อย ต้องยอมรับว่า มันแทบจะไม่มีเลยสำหรับคนดูที่เป็นแฟนโจโจ้เดนตาย แต่จะเป็นกับคนที่ไม่เคยดูโจโจ้มากกว่า เพราะอนิเมะเรื่องนี้มีความเฉพาะตัวสูง อีกทั้งตัวเนื้อหาในอนิเมะก็ไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปของพลังแสตนด์อยู่แล้ว ดังนั้นคนที่สนใจดูจักรวาลโจโจ้

ถ้ามาเปิดดูครั้งแรกก็อาจจะงงๆไปบ้างว่า นี่มันอะไรกัน แต่อนิเมะโรฮังก็มีข้อดีอย่างหนึ่งคือ สำหรับคนที่สนใจโจโจ้ แล้วอยากจะทดลองดู แต่กลัวความยาวของฉบับซีรีส์ ก็อาจจะเริ่มจากการดูตอนของโรฮังแบบสั้นๆไปก่อนได้

สรุป
สรุปว่าในทุกเรื่องเล่า ก็ได้แฝงแง่คิดทางด้านศีลธรรม มนุษยธรรม ความถูกผิด ธรรมชาติของมนุษย์ ไปจนถึงการจิกกัด และวิพากษ์สังคมในญี่ปุ่นแบบแนบเนียนเอามากๆ แถมบทสรุปของทุกตอนก็ไม่ได้ต้องการสั่งสอนผู้คน หรือยัดเยียดคำตอบอะไรให้เราด้วย แต่เป็นการให้แง่คิดที่เตือนสติในการใช้ชีวิตของคนเราผ่านเรื่องราวสุดพิลึก ซึ่งเป็นแนวทางของ อ.อารากิ มาแต่ไหนแต่ไร

This entry was posted in News.